กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พ่อของเด็กชายชื่อภูเล่าเรื่องปราสาทหินในกัมพูชาให้ฟังก่อนนอนทุกคืน ว่ามีปราสาทใหญ่โตมโหฬารที่สร้างขึ้นเมื่อพันปีก่อนโดยไม่มีเครื่องจักร มีแต่มือคนและความตั้งใจ
เมื่อได้ไปเยือนจริงๆ ภูยืนอยู่หน้านครวัดด้วยปากอ้าค้าง
ปราสาทหินสีเทาอมชมพูตั้งตระหง่านอยู่กลางสระน้ำใหญ่ ยอดแหลมห้ายอดสะท้อนในน้ำสงบ ต้นไม้ใหญ่ขึ้นรอบๆ ราวกับธรรมชาติโอบกอดปราสาทไว้
ระหว่างเดินชมภายใน ภูหลงออกจากกลุ่มและเดินหลงอยู่ในทางเดินหินเก่า
เด็กชายชาวเขมรอายุรุ่นราวคราวเดียวกันเดินมาพบ “Nak bat baan te?” เขาถาม
ภูส่ายหัว “ผมหลงครับ”
เด็กชายยิ้มแล้วพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง “Come, I show you”
เด็กชายชื่อ Dara เขาอาศัยอยู่ใกล้นครวัดมาตั้งแต่เกิด รู้จักทุกซอกทุกมุม ดาราพาภูเดินผ่านระเบียงหินยาวที่มีภาพแกะสลักเต็มฝาผนัง
“นี่คืออะไร?” ภูชี้ภาพแกะสลักที่มีคนนับพันร่วมมือกันยกอะไรบางอย่าง
“นี่คือการกวนเกษียรสมุทร” ดาราอธิบาย “เทพและอสูรร่วมมือกันเพื่อสร้างน้ำอมฤต แม้จะเป็นศัตรูกัน แต่บางสิ่งต้องทำร่วมกัน”
ภูมองภาพนานๆ นึกถึงพ่อที่เคยบอกว่าปราสาทนี้สร้างโดยคนหลายแสนคนที่ทำงานร่วมกัน
“ปราสาทนี้ใช้เวลาสร้างนานแค่ไหน?” ภูถาม
“สามสิบปี” ดาราตอบ “และยังคงอยู่มาพันปีแล้ว”
ก่อนแยกกัน ดาราหยิบหินก้อนเล็กๆ ที่ขัดเรียบส่งให้ภู “หินจากนครวัด จำไว้ว่าสิ่งยิ่งใหญ่สร้างได้ด้วยมือทุกคู่”
ภูเก็บหินนั้นกลับไทย วางไว้บนโต๊ะเรียน
และทุกครั้งที่รู้สึกว่าทำอะไรคนเดียวไม่ไหว เขาจะหยิบหินขึ้นมาและนึกถึงคนแสนคนที่ยกหินก้อนใหญ่กว่าร่วมกัน
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกัมพูชา: นครวัด (Angkor Wat) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เป็นศาสนสถานฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันเป็นมรดกโลกของ UNESCO และเป็นสัญลักษณ์บนธงชาติกัมพูชา