เมล็ดพันธุ์แห่งความซื่อสัตย์

schedule อ่านประมาณ 18 นาที child_care 6-12 ปี menu_book เรื่องแต่งต้นฉบับ
ขนาดตัวอักษร:
เมล็ดพันธุ์แห่งความซื่อสัตย์

เหนือหมู่เมฆปุยขาวขึ้นไป เป็นที่ตั้งของ “อาณาจักรพฤกษาลอยฟ้า” อาณาจักรที่เต็มไปด้วยเกาะลอยฟ้าและสวนดอกไม้เวทมนตร์ที่งดงามที่สุดในโลก องค์ราชาผู้ปกครองอาณาจักรทรงชราภาพมากแล้ว พระองค์ไม่มีทายาทสืบทอดบัลลังก์ จึงทรงตัดสินใจที่จะเลือกเด็กที่คู่ควรที่สุดในอาณาจักรขึ้นมาเป็นราชาองค์ต่อไป

องค์ราชาไม่ได้ต้องการเด็กที่ฉลาดที่สุด แข็งแกร่งที่สุด หรือร่ำรวยที่สุด แต่พระองค์ต้องการเด็กที่มี “หัวใจที่บริสุทธิ์และซื่อสัตย์” พระองค์จึงมีรับสั่งให้รวบรวมเด็กทุกคนในอาณาจักรมาที่ลานหน้าพระราชวัง

“เด็กๆ เอ๋ย” องค์ราชาตรัสด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่อบอุ่น “ข้าจะมอบเมล็ดพันธุ์ดอกไม้เวทมนตร์ให้พวกเจ้าคนละหนึ่งเมล็ด จงนำมันกลับไปปลูก รดน้ำ และดูแลมันให้ดีที่สุด เมื่อครบหนึ่งปี จงนำกระถางต้นไม้กลับมาให้ข้าดู ผู้ใดที่ปลูกดอกไม้ได้งดงามที่สุด จะได้เป็นราชาองค์ต่อไป”

“เคนตะ” เด็กชายกำพร้าผู้ยากจนที่อาศัยอยู่ในกระท่อมเล็กๆ ท้ายหมู่บ้าน ก็ได้รับเมล็ดพันธุ์นั้นเช่นกัน เคนตะเป็นเด็กที่รักต้นไม้และมีจิตใจอ่อนโยน เขาดีใจมากที่ได้รับเมล็ดพันธุ์จากองค์ราชา เขานำเมล็ดพันธุ์นั้นกลับไปปลูกในกระถางดินเผาใบเก่าอย่างทะนุถนอม ใส่ดินที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด รดน้ำด้วยน้ำค้างยามเช้า และนำไปรับแสงแดดอุ่นๆ ทุกวัน

วันแล้ววันเล่าผ่านไป สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า เคนตะเฝ้าดูแลกระถางดินเผาของเขาอย่างตั้งใจ แต่ทว่า… ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่มีแม้แต่ยอดอ่อนโผล่พ้นดินขึ้นมา

เด็กคนอื่นๆ ในหมู่บ้านเริ่มพูดคุยอวดกันถึงต้นไม้ของพวกเขา บางคนบอกว่าต้นไม้ของเขาเริ่มแตกใบสีทอง บางคนบอกว่าต้นไม้ของเธอเริ่มออกดอกตูมสีรุ้ง ยิ่งเคนตะได้ยิน เขาก็ยิ่งรู้สึกเศร้าและกังวลใจ

ภาพกลางเรื่อง: เคนตะพยายามดูแลกระถางที่ว่างเปล่าในเรือนกระจกไม้

เคนตะพยายามทำทุกวิถีทาง เขาเปลี่ยนดินใหม่ เปลี่ยนเวลารดน้ำ ย้ายกระถางไปไว้ในเรือนกระจกไม้เล็กๆ ที่เขาสร้างขึ้นเอง เขาร้องเพลงให้กระถางฟังทุกคืน เผื่อว่าเสียงเพลงจะช่วยให้เมล็ดพันธุ์ตื่นขึ้นมา แต่กระถางดินเผาก็ยังคงว่างเปล่า มีเพียงดินสีดำที่เรืองแสงอ่อนๆ อยู่ภายในเท่านั้น

เวลาหนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันที่ทุกคนต้องนำกระถางดอกไม้เวทมนตร์ไปแสดงต่อหน้าองค์ราชาก็มาถึง

เด็กๆ ทั่วทั้งอาณาจักรต่างเดินทางมาที่พระราชวังพร้อมกับกระถางดอกไม้ที่งดงามตระการตา บางกระถางมีดอกไม้ที่เบ่งบานเป็นรูปนกฟีนิกซ์ บางกระถางมีใบไม้ที่ส่องแสงระยิบระยับเหมือนเพชร ทุกคนต่างมั่นใจว่าดอกไม้ของตนเองสวยที่สุดและจะได้เป็นราชา

เคนตะยืนอยู่รั้งท้ายแถว เขาก้มมองกระถางดินเผาที่ว่างเปล่าของตัวเองด้วยความละอายใจ เขารู้สึกเหมือนตัวเองล้มเหลวและทำให้องค์ราชาต้องผิดหวัง เพื่อนบางคนชี้มือมาที่เขาแล้วหัวเราะเยาะ “ดูเคนตะสิ เขาปลูกอะไรไม่ขึ้นเลย สงสัยเขาคงจะขี้เกียจดูแลแน่ๆ”

แต่เคนตะก็ยังคงกอดกระถางนั้นไว้แน่น แม้มันจะไม่มีดอกไม้ แต่มันคือกระถางที่เขาดูแลด้วยความรักและความพยายามทั้งหมดที่มี เขาตัดสินใจว่าจะต้องนำมันไปให้องค์ราชาดู แม้จะต้องถูกต่อว่าก็ตาม

เมื่อองค์ราชาเสด็จลงมาทอดพระเนตร พระองค์ทรงเดินตรวจดูกระถางดอกไม้ทีละใบ ทรงพยักหน้าและยิ้มให้กับดอกไม้ที่สวยงามตระการตาเหล่านั้น แต่พระองค์ก็ไม่ได้ตรัสอะไร จนกระทั่งพระองค์ดำเนินมาถึงท้ายแถว และหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเคนตะ

“ทำไมกระถางของเจ้าจึงว่างเปล่าเล่า เด็กน้อย?” องค์ราชาตรัสถาม

เคนตะน้ำตาคลอเบ้า เขาคุกเข่าลงและตอบเสียงสั่น “ข้าพระพุทธเจ้าขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ ข้าพระพุทธเจ้าพยายามอย่างเต็มที่แล้ว รดน้ำ พรวนดิน และดูแลมันทุกวัน แต่ไม่ว่าข้าพระพุทธเจ้าจะทำอย่างไร เมล็ดพันธุ์นี้ก็ไม่ยอมเติบโตเลยพ่ะย่ะค่ะ”

แทนที่องค์ราชาจะทรงกริ้ว พระองค์กลับแย้มพระสรวลกว้าง พระองค์ทรงรับกระถางที่ว่างเปล่าจากมือของเคนตะ แล้วชูขึ้นสูงให้ทุกคนได้เห็น

“ในที่สุด ข้าก็พบผู้ที่คู่ควรจะเป็นราชาองค์ต่อไปแล้ว!” องค์ราชาประกาศก้อง ท่ามกลางความตกตะลึงของเด็กๆ และผู้คนนับพัน

“พวกเจ้าจงฟังให้ดี” องค์ราชาอธิบาย “เมล็ดพันธุ์ที่ข้าแจกให้พวกเจ้าไปเมื่อหนึ่งปีก่อนนั้น ล้วนเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ถูกนำไปต้มจนสุกแล้ว มันไม่มีทางที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นต้นไม้ได้เลย!”

เด็กๆ ที่ถือกระถางดอกไม้แสนสวยต่างหน้าซีดเผือด พวกเขาก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ

“เมื่อพวกเจ้าพบว่าเมล็ดพันธุ์ที่ข้าให้ไปปลูกไม่ขึ้น พวกเจ้าก็ไปหาเมล็ดพันธุ์อื่นมาปลูกแทน เพื่อหลอกลวงข้าว่านั่นคือดอกไม้ที่ข้ามอบให้” องค์ราชาตรัสต่อ “มีเพียงเด็กคนนี้เพียงคนเดียว ที่มีความกล้าหาญและความซื่อสัตย์พอที่จะนำกระถางที่ว่างเปล่ามาให้ข้า เขาไม่ได้สนใจว่าจะต้องอับอายหรือถูกหัวเราะเยาะ เขาสนใจเพียงแต่การพูดความจริง”

ภาพตอนจบ: องค์ราชาสวมมงกุฎใบไม้เรืองแสงให้กับเคนตะ

องค์ราชาทรงนำมงกุฎใบไม้เรืองแสงที่งดงามที่สุด สวมลงบนศีรษะของเคนตะ “ความซื่อสัตย์ คือเมล็ดพันธุ์ที่ล้ำค่าที่สุดในหัวใจของมนุษย์ ผู้ปกครองที่ดีต้องมีความซื่อสัตย์เป็นที่ตั้ง อาณาจักรพฤกษาลอยฟ้าจะรุ่งเรืองและสงบสุข ภายใต้การนำของราชาองค์ใหม่… เคนตะ ผู้ซื่อสัตย์”

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เคนตะก็ได้ขึ้นเป็นราชาผู้ทรงคุณธรรม เขาปกครองอาณาจักรด้วยความซื่อสัตย์และเมตตา และกระถางดินเผาที่ว่างเปล่าใบนั้น ก็ถูกนำไปตั้งไว้ที่กลางพระราชวัง เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนในอาณาจักรตระหนักถึงคุณค่าของความซื่อสัตย์ตลอดไป


คติสอนใจ: ความซื่อสัตย์เป็นคุณสมบัติที่สำคัญและมีค่าที่สุด การกล้าหาญที่จะพูดความจริงและยอมรับความจริง แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก จะนำมาซึ่งเกียรติยศและความไว้วางใจจากผู้อื่นเสมอ