พีรไม่ชอบอ่านหนังสือ
เพื่อนทุกคนรู้เรื่องนี้ดี และครูก็รู้ แต่วันนั้นครูส่งพีรไปที่ห้องสมุดเก่าแห่งหนึ่งในโรงเรียน ห้องที่ไม่ค่อยมีใครมา เพราะมีห้องสมุดใหม่สวยงามอยู่อีกหลังหนึ่ง
ห้องสมุดเก่านี้มีกลิ่นฝุ่นและกระดาษเก่า ชั้นไม้สูงจนมองไม่เห็นยอด หนังสือเรียงกันแน่นหนา หลายเล่มสันหนังสือซีดจางจนอ่านชื่อไม่ออก
พีรเดินดูไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจ
แล้วก็ได้ยินเสียง
“คุณมาหาอะไร?”
พีรหันรอบตัว ไม่มีใคร
“ที่นี่ครับ” เสียงพูดอีกครั้ง
พีรมองลงมาที่ชั้นต่ำ มีหนังสือเล่มเก่าสีเขียวเข้มอยู่เล่มหนึ่ง ปกชำรุดเล็กน้อย
“หนังสือพูดได้เหรอ?” พีรพูดออกมาก่อนคิด
“ที่นี่พูดได้ทุกเล่ม” หนังสือสีเขียวตอบ “แค่ไม่มีใครมาถามเฉยๆ”
พีรนั่งลงที่พื้น สายตาตรงกับหนังสือเล่มนั้น “แล้วพูดเรื่องอะไรได้บ้าง?”
“เรื่องที่เราบรรจุไว้” หนังสือพูด แล้วส่งเสียงเหมือนพลิกหน้ากระดาษ “ผมเต็มไปด้วยเรื่องราวของนักสำรวจในป่าดงดิบ ต้องการฟังไหม?”
พีรนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พยักหน้า
หนังสือเริ่มเล่า เสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน เล่าเรื่องชายหนุ่มที่หลงป่า หาทางออกไม่ได้ สามวันสามคืน จนพบแม่น้ำสายเล็กที่พาเขากลับออกมาได้
พีรฟังโดยไม่รู้ตัวว่าปากอ้าเล็กน้อย
“แล้วยังไงต่อ?” เขาถามพอหนังสือหยุด
“เปิดอ่านสิ” หนังสือพูด “ผมเล่าได้แค่บางส่วน เนื้อเรื่องทั้งหมดอยู่ข้างใน”
พีรลังเลอยู่สักครู่ แล้วก็หยิบหนังสือขึ้นมาเปิด
เขาอ่านจนกระทั่งแสงข้างนอกจางลง ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ พอปิดหนังสือลงรู้สึกเหมือนเพิ่งกลับมาจากป่าด้วยตัวเอง
“ชอบไหม?” หนังสือสีเขียวถาม
“ชอบมากครับ” พีรพูดตรงๆ
“งั้นมาใหม่พรุ่งนี้สิ ยังมีอีกหลายเล่มที่อยากเล่าให้ฟัง”
พีรกลับมาห้องสมุดเก่าทุกวัน วันละเล่ม บางครั้งสองเล่ม หนังสือเกี่ยวกับทะเล เกี่ยวกับอวกาศ เกี่ยวกับอัศวินโบราณ เกี่ยวกับเด็กหญิงที่รักษาสัตว์ป่า
สิ้นเดือน ครูถามพีรว่าทำไมเขียนเรียงความได้ดีขึ้นมาก
พีรนึกถึงหนังสือเก่าสีเขียว แล้วก็ยิ้ม
“ผมเจอเพื่อนใหม่ครับ” เขาตอบเพียงสั้นๆ
และห้องสมุดเก่าแห่งนั้นก็ไม่เงียบเหงาอีกเลย
คติสอนใจ: หนังสือทุกเล่มมีโลกซ่อนอยู่ข้างใน รอให้เราเปิดออก ความรู้สึกที่เราได้จากการอ่านนั้น ไม่มีสิ่งบันเทิงใดให้ได้เหมือนกัน เพราะมันเกิดขึ้นในจินตนาการของเราเอง