ต้นและปลาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก บ้านอยู่ติดกัน โรงเรียนเดียวกัน และชอบเดินเล่นริมคลองหลังบ้านทุกเย็น
วันนั้นต้นเห็นอะไรบางอย่างเป็นประกายริมตลิ่ง เป็นขวดแก้วเล็กๆ ปิดจุกไม้ ข้างในมีกระดาษพับอยู่
“เอามาสิ” ปลาพูดตื่นเต้น
ต้นเอื้อมลงหยิบขวดขึ้นมา เปิดจุก เขย่าให้กระดาษไหลออกมา แผ่กระดาษออก เป็นแผนที่เก่าวาดด้วยหมึกสีน้ำตาล มีสัญลักษณ์ดาวอยู่ที่มุมหนึ่ง และมีลูกศรโยงเส้นไปที่จุดต่างๆ
“สมบัติ!” ปลาตะโกน
“เงียบๆ ก่อน” ต้นหัวเราะ แต่ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
ตามแผนที่ จุดแรกคือ ต้นมะม่วงใหญ่ริมถนนสายเก่า ทั้งสองรู้จักต้นนั้น วิ่งไปถึงในสิบนาที
ที่โคนต้นมะม่วงมีหินก้อนหนึ่งรูปทรงแปลก พลิกดูพบกระดาษพับเล็กๆ เขียนว่า สมบัติคนดีคือการที่ไม่ยอมแพ้ ต่อไปที่ศาลาริมน้ำ
“อ้าว ไม่ใช่ทอง” ปลาทำหน้าเซ็ง
“แต่ยังมีต่อ” ต้นพูด แล้ววิ่งไปก่อน
ศาลาริมน้ำอยู่ห่างออกไปอีกหน่อย มีปลายลูกศรชี้ไปที่เสาไม้เสาหนึ่ง หลังเสามีกล่องโลหะเล็กๆ ผูกด้วยเชือกเก่า เปิดออกมีกระดาษเขียนว่า สมบัติคนฉลาดคือการรู้จักถามเมื่อไม่รู้ ต่อไปที่บ้านหลังคาแดงริมคลอง
ทั้งสองวิ่งไปที่บ้านหลังคาแดง มีคุณยายแก่นั่งอยู่หน้าบ้าน
“ขอโทษครับคุณยาย” ต้นเดินเข้าไป “เราตามหาสมบัติตามแผนที่ มาถึงที่นี่ครับ”
คุณยายมองสองคนแล้วยิ้ม “รู้แล้วว่าจะมี”
เธอหายเข้าไปในบ้านสักครู่ แล้วกลับออกมาพร้อมกระป๋องโลหะเก่า เปิดออก ข้างในมีภาพถ่ายขาวดำและจดหมายพับไว้
“นี่คือสมบัติที่แท้จริง” คุณยายพูด “ฉันวางแผนที่นี้ไว้ตั้งแต่สิบปีก่อน หวังว่าจะมีเด็กๆ มาพบสักวัน”
ต้นหยิบจดหมายขึ้นมาอ่านออกเสียง
“สมบัติที่มีค่าที่สุดในโลก ไม่ใช่ทองหรือเงิน แต่คือเพื่อนที่พร้อมออกเดินทางไปด้วยกัน และความทรงจำที่สร้างร่วมกัน สมบัติเหล่านี้ไม่มีใครขโมยได้”
ปลาหันมามองต้น แล้วทั้งสองก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน
“ฉลาดมากนะ” ปลาพูดกับคุณยาย
คุณยายหัวเราะ “ฉันแก่แล้ว แต่ยังรู้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญ”
เย็นนั้นต้นและปลานั่งอยู่ริมคลองที่พวกเขาพบขวดแก้ว มองน้ำไหล พูดคุยกันเรื่องที่เจอมาทั้งวัน
ไม่มีทองคำ ไม่มีเพชรพลอย แต่วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดวันหนึ่งในชีวิตของพวกเขา
และนั่นก็เพียงพอแล้ว
คติสอนใจ: สมบัติที่มีค่าที่สุดในชีวิตไม่ใช่สิ่งของ แต่คือความทรงจำและมิตรภาพที่แท้จริง ช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกับคนที่รัก นั่นคือสมบัติที่ไม่มีวันหมดและไม่มีใครแย่งไปได้