มายาเป็นเด็กหญิงที่ชอบพูดติเพื่อนเสมอ เธอบอกว่าผมของแนนยุ่ง รองเท้าของต้นเก่า และกระเป๋าของโอ้วสีตุ่น เพื่อนๆ ได้ยินแล้วก็เงียบ แต่ไม่มีใครบอกให้มายารู้ว่าคำพูดนั้นเจ็บแค่ไหน
วันหนึ่งแม่พามายาไปร้านขายของเก่าในตลาด ท่ามกลางของสารพัด มายาสังเกตเห็นกระจกบานเล็กกรอบทองวางอยู่มุมหนึ่ง
“กระจกนี้พิเศษนะ” ป้าเจ้าของร้านพูดเบาๆ “มันจะแสดงให้เห็นสิ่งที่คนอื่นมองเห็นในตัวคุณ”
มายาหัวเราะและคิดว่าป้าพูดเล่น แต่ก็ซื้อมาด้วยความอยากรู้
กลับถึงบ้าน เธอส่องกระจก ตอนแรกเห็นแต่ใบหน้าตัวเอง แต่แล้วภาพก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป เธอเห็นตัวเองกำลังชี้นิ้วใส่เพื่อนพร้อมกับหน้าบึ้ง เห็นเพื่อนๆ ยืนห่างๆ ไม่มีใครอยากนั่งใกล้
“นั่นไม่ใช่ฉัน!” มายาเถียง
แต่กระจกยังคงแสดงภาพต่อ เธอเห็นครั้งที่บอกว่าภาพวาดของโอ้วห่วย เห็นน้ำตาในตาโอ้วที่พยายามซ่อน เห็นครั้งที่บอกว่าแนนเล่นดนตรีไม่เก่ง แล้วแนนก็วางไวโอลินลงและไม่หยิบขึ้นมาอีกนานหลายวัน
มายานิ่งอยู่นาน หัวใจหนักขึ้นเรื่อยๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอถือกล่องสีไปหาโอ้ว “วาดรูปด้วยกันไหม? ฉันอยากเรียนจากนายบ้าง”
โอ้วมองด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ยิ้มและยื่นพู่กันให้
ตอนเย็น มายาไปนั่งฟังแนนเล่นไวโอลิน “เล่นได้ไพเราะมากเลยนะ” เธอพูดอย่างจริงๆ ใจ
แนนหน้าแดงด้วยความดีใจ แล้วก็เล่นต่อด้วยความมั่นใจกว่าเดิม
มายากลับมาส่องกระจกอีกครั้งในคืนนั้น ภาพที่เห็นเปลี่ยนไปแล้ว คราวนี้เธอเห็นตัวเองนั่งข้างๆ เพื่อนๆ ทุกคนยิ้ม และแสงรอบๆ ตัวเธอสว่างกว่าเดิม
กระจกไม่ได้วิเศษตรงที่มันเปลี่ยนคนอื่น มันวิเศษตรงที่ช่วยให้มายาเห็นว่าตัวเองต่างหากที่ต้องเปลี่ยน
คติสอนใจ: คำพูดของเราสร้างหรือทำลายความมั่นใจของคนอื่นได้ ก่อนพูดติหรือวิจารณ์ ลองถามตัวเองก่อนว่า ถ้าใครพูดแบบนี้กับเรา เราจะรู้สึกอย่างไร?