ลึกเข้าไปในป่าโบราณที่ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ มีหุบเขาเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ ชื่อว่า “หุบเขาแสงจันทร์” หุบเขาแห่งนี้มีความพิเศษไม่เหมือนที่ใด เพราะเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าและท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม ต้นไม้และดอกไม้ทุกต้นจะเริ่มเปล่งประกายแสงสีนวลตา ราวกับมีดวงดาวดวงเล็กๆ ตกลงมาประดับประดาอยู่บนพื้นดิน
ในหุบเขาแห่งนี้ มีสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ อาศัยอยู่ เขาชื่อ “พิพพิน” พิพพินเป็นภูตป่าตัวน้อยที่มีขนฟูนุ่มนวลสีน้ำตาลอ่อน หูของเขาใหญ่และมีใบไม้ใบเล็กๆ งอกออกมาประดับประดา แต่สิ่งที่พิเศษที่สุดคือพวงหางของเขา ซึ่งสามารถเรืองแสงสีทองอบอุ่นได้ในความมืด พิพพินมีหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งในหุบเขาแสงจันทร์ นั่นคือการเป็น “ผู้รวบรวมละอองดาว”
ทุกๆ คืน พิพพินจะถือตะกร้าสานใบจิ๋วของเขา ออกเดินเตาะแตะไปตามทางเดินที่ปูด้วยมอสนุ่มๆ เพื่อเก็บรวบรวมละอองดาวที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ละอองดาวเหล่านี้มีลักษณะเหมือนลูกแก้วเรืองแสงเม็ดเล็กๆ หลากสีสัน พิพพินจะนำละอองดาวเหล่านี้ไปทอเป็น “บทเพลงกล่อมเด็ก” เพื่อขับกล่อมให้สัตว์ป่าทุกตัวในหุบเขานอนหลับฝันดี
แต่คืนนี้ ท้องฟ้ามืดมิดกว่าปกติ ก้อนเมฆสีเทาหนาทึบเคลื่อนตัวมาบดบังดวงจันทร์และดวงดาวจนหมดสิ้น เมื่อไม่มีแสงจันทร์ ละอองดาวก็ไม่ร่วงหล่นลงมา และเมื่อไม่มีละอองดาว พิพพินก็ไม่สามารถสร้างบทเพลงกล่อมเด็กได้
ความวุ่นวายเล็กๆ เริ่มเกิดขึ้นในหุบเขา ลูกกระต่ายตัวน้อยพลิกตัวไปมาในโพรงดิน ลูกกวางดาวส่งเสียงร้องเรียกแม่เบาๆ เพราะนอนไม่หลับ แม้แต่คุณหมีตัวใหญ่ที่ปกติจะหลับง่าย ก็ยังนั่งหาววอดๆ อยู่หน้าถ้ำ ทั่วทั้งหุบเขาเต็มไปด้วยความกระสับกระส่าย
พิพพินมองตะกร้าสานที่ว่างเปล่าของเขา แล้วแหงนหน้ามองก้อนเมฆที่บดบังดวงจันทร์ “ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ทุกคนในหุบเขาคงนอนไม่หลับแน่ๆ” พิพพินคิดในใจ “ฉันจะต้องไปตามหาคุณพระจันทร์ และขอร้องให้เขาช่วยส่องแสงลงมา”
ด้วยความมุ่งมั่น พิพพินเริ่มออกเดินทาง เขาตัดสินใจที่จะปีนขึ้นไปบนยอดเขาที่สูงที่สุดในหุบเขา เพื่อให้เข้าใกล้ก้อนเมฆและดวงจันทร์มากที่สุด
เส้นทางขึ้นเขานั้นเงียบสงบและมืดมิด มีเพียงแสงสีทองจากหางของพิพพินที่คอยส่องสว่างนำทาง เขาเดินผ่านดงเฟิร์นเรืองแสง และกระโดดข้ามลำธารเล็กๆ ที่มีน้ำใสเย็นเฉียบ เสียงน้ำไหลเบาๆ คล้ายดนตรีบรรเลงช่วยให้จิตใจของพิพพินสงบลง

เมื่อปีนขึ้นมาได้ครึ่งทาง พิพพินก็ปีนขึ้นไปบนกิ่งไม้ของต้นไม้โบราณที่สูงตระหง่าน ที่นั่นเขาได้พบกับ คุณลุงนกฮูกสีฟ้า ผู้รอบรู้ คุณลุงนกฮูกกำลังนั่งสัปหงกอยู่หน้าโพรงไม้ ดวงตาปรือๆ ของเขาบ่งบอกว่าเขาง่วงนอนมาก แต่ก็ไม่สามารถหลับได้สนิท
“ฮูก… ฮูก… พิพพินตัวน้อย ดึกป่านนี้แล้ว เจ้ากำลังจะไปไหนหรือ?” คุณลุงนกฮูกถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเชื่องช้า
“ผมกำลังจะไปตามหาคุณพระจันทร์ครับ คุณลุงนกฮูก” พิพพินตอบเสียงใส “คืนนี้เมฆบังแสงจันทร์จนหมด ผมไม่มีละอองดาวมาทำเพลงกล่อมเด็ก ทุกคนในหุบเขาเลยนอนไม่หลับ ผมจะไปขอให้คุณพระจันทร์ส่องแสงลงมาครับ”
คุณลุงนกฮูกกระพริบตาช้าๆ “ฮูก… ช่างเป็นเด็กที่ใจดีจริงๆ เส้นทางข้างบนนั้นค่อนข้างชันและมืดมิด เจ้าต้องระวังตัวให้ดีนะ พิพพิน จงใช้แสงสว่างจากใจของเจ้า นำทางไปพร้อมกับแสงจากหางของเจ้า”
“ขอบคุณครับคุณลุงนกฮูก เมื่อผมนำแสงจันทร์กลับมาได้ คุณลุงจะได้นอนหลับฝันดีนะครับ” พิพพินบอกลาและปีนสูงขึ้นไปอีก
ลมเย็นๆ พัดมาปะทะใบหน้า พิพพินเดินย่ำไปบนก้อนหินที่ปกคลุมด้วยน้ำค้าง ยิ่งสูงขึ้นไป ต้นไม้ก็ยิ่งน้อยลง จนในที่สุด เขาก็มาถึงยอดเขาที่สูงที่สุด ที่นั่นว่างเปล่าและเงียบสงัด มีเพียงก้อนเมฆสีเทาลอยอยู่เหนือหัวในระยะที่ใกล้มากๆ
พิพพินนั่งลงบนโขดหินที่หน้าผา เขามองขึ้นไปที่ก้อนเมฆหนาทึบ แล้วเริ่มร้องเพลง เพลงของเขาสะท้อนความรู้สึกจากใจ ไม่ได้เกิดจากละอองดาวเวทมนตร์ แต่เป็นเพลงที่เกิดจากความรักและความห่วงใยที่เขามีต่อเพื่อนๆ ในป่า
“คุณพระจันทร์ใจดี โปรดทอแสงสีนวล… เมฆหมอกจางหายไป ให้ดาวดวงน้อยได้ลอยล่อง… เพื่อนป่ารอคอย หลับตาฝันดี… ขอแสงแห่งความอบอุ่น โอบกอดคืนนี้…”
เสียงร้องเล็กๆ ของพิพพินดังก้องไปทั่วยอดเขา มันเป็นเสียงที่นุ่มนวลและอ่อนโยน ราวกับสายลมที่พัดผ่านใบไม้ เสียงนั้นลอยทะลุผ่านก้อนเมฆสีเทาหนาทึบ ค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปถึงคุณพระจันทร์ที่หลบซ่อนอยู่

ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น! ก้อนเมฆสีเทาที่รวมตัวกันแน่น ค่อยๆ แตกตัวออกทีละน้อย ทีละน้อย แสงสีเงินยวงของดวงจันทร์เริ่มสาดส่องลอดช่องว่างของเมฆลงมา คุณพระจันทร์ได้ยินเสียงเพลงของพิพพิน และเผยรอยยิ้มที่ใจดีและอ่อนโยนออกมา
เมื่อคุณพระจันทร์ยิ้ม ท้องฟ้าก็เริ่มแจ่มใส ดวงดาวนับล้านดวงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง และที่สำคัญที่สุด… ละอองดาวสีรุ้งระยิบระยับเริ่มร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า เหมือนหิมะเรืองแสง
พิพพินดีใจมาก เขารีบเปิดตะกร้าสานออกกว้าง ละอองดาวแสนสวยค่อยๆ ลอยลงมาบรรจุในตะกร้าของเขาจนเต็ม พิพพินส่งยิ้มและโค้งขอบคุณคุณพระจันทร์ ก่อนจะรีบวิ่งลงจากยอดเขาเพื่อนำละอองดาวกลับไปยังหุบเขา
เมื่อพิพพินกลับลงมาถึงป่า เขาหยิบละอองดาวออกมาทีละเม็ด แล้วเป่ามันเบาๆ ให้ลอยไปตามสายลม ละอองดาวล่องลอยไปสัมผัสกับลูกกระต่าย ลูกกวางดาว คุณหมี และคุณลุงนกฮูก ทันทีที่ละอองดาวสัมผัสตัวพวกเขา เสียงเพลงกล่อมเด็กที่แสนไพเราะและอ่อนหวานก็ดังกังวานขึ้นในใจ
ความกระสับกระส่ายหายไป แทนที่ด้วยความสงบและอบอุ่น สัตว์ป่าทุกตัวค่อยๆ หลับตาลง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ เข้าสู่ห้วงนิทราที่แสนหวานและฝันดี
พิพพินมองดูเพื่อนๆ ที่หลับสนิทด้วยความชื่นใจ เขาเดินกลับไปที่โพรงไม้เล็กๆ ของตัวเอง วางตะกร้าสานลง ม้วนตัวกลมๆ แล้วหลับตาลง แสงที่หางของเขาค่อยๆ หรี่ลงจนเหลือเพียงแสงเรืองรองจางๆ
ในที่สุด หุบเขาแสงจันทร์ก็กลับมาสงบสุขและเต็มไปด้วยความฝันที่สวยงามอีกครั้ง ภายใต้การดูแลของคุณพระจันทร์ใจดีและพิพพิน ภูตน้อยผู้รวบรวมละอองดาว
ราตรีสวัสดิ์นะ พิพพิน… ราตรีสวัสดิ์นะ เด็กดี…
คติสอนใจ: ความรักและความปรารถนาดีที่เรามอบให้ผู้อื่นจากใจจริง เป็นเหมือนแสงสว่างที่สามารถปัดเป่าความมืดมิดและสร้างความสุขให้กับทุกคนได้เสมอ ขอให้เด็กๆ นอนหลับฝันดีและตื่นขึ้นมาพร้อมกับจิตใจที่สดใสนะครับ