ฟ้าชอบวาดภาพเมฆ
ทุกเช้าเธอจะนั่งริมหน้าต่าง มองท้องฟ้าข้างนอก แล้วหยิบสีน้ำขึ้นมาวาด เมฆก้อนฟู เมฆแถบยาว เมฆรูปกระต่าย รูปเรือ รูปมังกร
แม่บอกว่าเธอมีพรสวรรค์ ครูบอกว่าภาพเมฆของเธอมีชีวิต
วันหนึ่งฟ้าวาดเมฆก้อนใหญ่สีขาวฟูฟ่อง พอวางพู่กันลง เมฆในภาพเริ่มสั่น แล้วก็ค่อยๆ ลอยออกจากกระดาษขึ้นไปบนท้องฟ้าจริงๆ
ฟ้าตาโต นิ่งอยู่สักครู่ แล้วก็หยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง
เธอวาดเมฆรูปกระต่าย มันลอยขึ้น เธอวาดเมฆรูปเรือ มันลอยขึ้น เธอวาดเมฆสีชมพูอ่อน สีม่วงอ่อน สีทอง ทุกก้อนลอยขึ้นท้องฟ้าหมด
ท้องฟ้าสวยงามมากจนคนทั้งหมู่บ้านออกมายืนมอง ต่างพูดคุยกันว่าวันนี้ท้องฟ้างามผิดปกติ
ฟ้าดีใจมาก เธอวาดต่อเรื่อยๆ เมฆหนึ่งก้อน สองก้อน สิบก้อน ยี่สิบก้อน
แต่แล้วก็สังเกตว่าท้องฟ้าเริ่มมืดลงทีละนิด เมฆแน่นขึ้น แสงอาทิตย์ส่องไม่ถึง ลมพัดเย็นเฉียบ
เด็กๆ ที่กำลังเล่นอยู่ข้างนอกวิ่งกลับบ้าน คุณยายที่ตากผ้าอยู่รีบเก็บผ้าเข้า คนขายของริมถนนรีบเก็บแผงเข้า
จากนั้นฝนก็ตก หนักมาก
ฟ้านั่งมองฝนตกอยู่คนเดียว ใจหนักขึ้นเรื่อยๆ เธอทำให้ท้องฟ้าสวย แต่ก็ทำให้ทุกคนเดือดร้อนด้วย
พอฝนหยุด เธอหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอวาดช้าๆ คิดทีละก้อน ไม่ใช่แค่วาดเพราะทำได้
เมฆก้อนแรก เธอวางไว้ตรงที่ดวงอาทิตย์ไม่ร้อนเกินไป เมฆก้อนที่สอง เธอวางไว้ตรงที่นาข้าวต้องการฝน เมฆก้อนที่สาม เธอวาดบางๆ เพื่อกรองแสงยามเย็นให้นุ่มนวล
ท้องฟ้าค่อยๆ สวยงามขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นความสวยที่พอดี ไม่มีใครต้องเดือดร้อน
เย็นนั้นพ่อออกมานั่งข้างนอกกับฟ้า มองท้องฟ้าสีส้มอมชมพู
“สวยจัง” พ่อพูด
ฟ้ายิ้ม รู้ว่าเธอวาดท้องฟ้าวันนี้ แต่ไม่พูด
เพราะความสุขที่แท้จริงไม่ใช่การได้รับคำชมว่าเธอทำ แต่คือการรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นดีจริงๆ
ตั้งแต่วันนั้น ฟ้าวาดเมฆทุกวัน แต่ไม่เคยวาดมากเกินพอดีอีกเลย เพราะเธอรู้แล้วว่า ความสามารถที่ยิ่งใหญ่ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่เสมอ
คติสอนใจ: ความสามารถพิเศษเป็นสิ่งดีงาม แต่การใช้มันอย่างพอดีและคำนึงถึงผู้อื่นนั้นดียิ่งกว่า ทุกอย่างที่มากเกินไปย่อมทำให้เกิดปัญหา แม้แต่สิ่งที่ดีก็ตาม