กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เหนือชั้นเมฆที่หนาที่สุดขึ้นไป มีมหาสมุทรที่ไม่มีใครในโลกล่างรู้จัก
น้ำในมหาสมุทรนั้นใสเหมือนแก้ว คลื่นไม่ซัดฝั่งแต่ลอยขึ้นลงในอากาศ และวาฬในมหาสมุทรนั้นว่ายด้วยครีบแต่ก็บินด้วยปีกได้ด้วย
เด็กชายชื่อเมฆน้อยได้ยินเสียงแปลกๆ ยามนอนบนหลังคาบ้านทุกคืน เหมือนเสียงคลื่นแต่ฟ้าไม่มีฝน เหมือนเสียงร้องลึกๆ แต่ไม่ใช่สัตว์ที่รู้จัก
คืนหนึ่งเขาปีนสูงกว่าปกติ ไปนั่งอยู่บนยอดเขาเล็กๆ หลังหมู่บ้าน
เมฆหนาๆ ลอยมาต่ำผิดปกติ และเมฆน้อยก็ก้าวขึ้นไปบนเมฆก้อนหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
มันนุ่มเหมือนผ้าฝ้าย รับน้ำหนักเขาได้
เมฆพาเขาลอยขึ้น ผ่านชั้นเมฆ และเมื่อทะลุขึ้นไป เมฆน้อยก็เห็นมหาสมุทรที่ไม่มีขอบเขต
วาฬตัวใหญ่เท่าภูเขาว่ายผ่านหน้าเขา ส่งเสียงร้องต่ำๆ ก้องในหัวใจ ตาของวาฬสีทองมองมาที่เขาด้วยความอ่อนโยน
เมฆน้อยนั่งอยู่บนเมฆและมองวาฬว่ายไปมาอยู่นาน ไม่กลัว ไม่รีบ แค่อยู่กับช่วงเวลานั้น
เมื่อพระอาทิตย์เริ่มขึ้น เมฆพาเขากลับลงมา
เมฆน้อยเดินกลับบ้านด้วยใจที่เงียบสงบแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เหมือนได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของโลกที่ใหญ่กว่าที่เขารู้จัก
และตั้งแต่วันนั้น ทุกครั้งที่เห็นเมฆลอยผ่าน เขาจะยกมือโบก เผื่อวาฬข้างบนมองลงมาเห็น
คติสอนใจ: โลกใบนี้ยิ่งใหญ่กว่าที่เราเห็นและรู้จักมาก ยังมีสิ่งมหัศจรรย์อีกมากที่รอให้เราค้นพบ จงอยู่กับความสงสัยและความตื่นเต้นต่อโลกเสมอ เพราะนั่นคือแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต